ที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

ที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

ที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง  รับลมหนาว ซากุระเมืองไทย

ที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ลมเย็น ๆ ในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี มักจะนำความสวยงามสีชมพูของ ดอกนางพญาเสือโคร่ง มาด้วย ซึ่งดอกนางพญาเสือโคร่งนั้น เป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ ซากุระเมืองไทย โดยในประเทศไทยนั้นก็มีจุดชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งนี้มากมายหลายจุด โดยแต่ละที่ก็จะมีระยะเวลาในการบานที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นใครที่กำลังวางแผนจะไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งรับสายลมหนาว เรามีพิกัดในการชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเชียงใหม่

1.สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน

         เป็นจุดชมดอกพญาเสือโคร่งที่ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และดอยปุย เมื่อขับรถเลยหมู่บ้านม้งไปเล็กน้อย จะพบกับดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูสดบานสะพรั่งอวดความงามไปทั่วบริเวณ ทั้งตามถนนสองข้างทางจนถึงในหมู่บ้านเลยทีเดียว ทั้งนี้ สำหรับคนที่อยากชมซากุระเมืองไทยที่ขุนช่างเคี่ยน แนะนำให้นั่งรถที่มีสมรรถนะสูง หรือรถโฟร์วิล เนื่องจากถนนหนทางเป็นทางลาดชัน ขรุขระ และมีบางพื้นที่เป็นถนนชำรุด ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการขับขี่ phuket property

ที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

อัปเดตจากเฟซบุ๊ก ขุนช่างเคี่ยนซากุระบนดอย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2565 ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ดอกนางพญาเสือโคร่งยังไม่บาน และคาดการณ์ว่าจะบานประมาณช่วงปลายเดือนธันวาคม 2565

          สำหรับใครที่ขึ้นไปขุนช่างเคี่ยน สามารถเพิ่มจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งได้อีกหนึ่งจุด นั่นคือ ลานกางเต็นท์ดอยปุย เป็นสถานที่กลางเต็นท์ที่ไม่ไกลจากดอยสุเทพ และอยู่ก่อนถึงขุนช่างเคี่ยน เป็นจุดที่มีมีดอกพญาเสือโคร่งที่บาน และยังเห็นวิวในตัวเมืองเชียงใหม่อีกด้วย

 2.ดอยอ่างขาง

 เรียกว่าเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้น ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่เลยกับ ดอยอ่างขาง ในอำเภอฝาง โดยในช่วงหน้าหนาว บนดอยอ่างขางจะมีอากาศหนาวเย็นมาก ยิ่งในตอนเช้าๆ น้ำค้างจะกลายเป็นน้ำแข็งเลยทีเดียว อีกทั้งยังหนาวต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ดอกนางพญาเสือโคร่งจะผลิดอกเบ่งบานเป็นสีชมพูตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายเดือนธันวาคม และจะบานสวยเต็มที่ในช่วงหลังปีใหม่ ประมาณปลายเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ โดยระยะเวลาในการบานแต่ละครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะร่วงโรยไป และนอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูแล้ว บนดอยอ่างขางยังเป็นพื้นที่ปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งสีขาว ต้นซากุระญี่ปุ่น ต้นเชอร์รี่ไต้หวัน รวมถึงต้นบ๊วยอีกเป็นจำนวนมากด้วย บ้านเดี่ยว บ้านแฝด 

ที่เที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง

  อัปเดตจาก เฟซบุ๊ก เช้านี้ที่อ่างขาง วันที่ 13 ธันวาคม 2565 ดอกนางพญาเสือโคร่งสีขาวที่ไร่ชาแปลง 2000 บานแล้วหลายต้น ใบร่วงหมดแล้ว คาดว่าประมาณช่วงปลายเดือนธันวาคมจะบานเต็มพื้นที่แบบสวยงามแน่นอน ส่วนของดอกบ๊วยบานประมาณ 80% แล้ว  

3.หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ

          อยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ เป็นอีกหนึ่ง จุดชมวิวดอกพญาเสือโคร่งที่เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีต้นไม้สูงใหญ่อยู่ห้อมล้อมเป็นหุบเขา และมีต้นนางพญาเสือโคร่งอยู่หลายสิบต้น ซึ่งจะบานสะพรั่งประมาณเดือนมกราคม และจะบานให้ชมอยู่เพียงแค่ประมาณสองอาทิตย์เท่านั้น

หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง – Huai Nam Dang National Park โทรศัพท์ 08-4908-1531, 09-3632-1601 หรือ หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ โทรศัพท์ 0-5321-7453

4.สันป่าเกี๊ยะ ดอยแม่ตะมาน

   สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็นสถานที่ปลูกพืชและผลไม้เมืองหนาว รวมถึงมีต้นนางพญาเสือโคร่งปลูกอยู่จำนวนหนึ่ง แม้จะไม่มากเท่าจุดชมอื่น ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่วิวทิวทัศน์ในการชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่สันป่าเกี๊ยะนั้นกินขาด เพราะที่แห่งนี้มีฉากหลังเป็นดอยหลวงเชียงดาว ดึงความโดดเด่นและสวยงามของดอกไม้สีชมพูออกมาได้อย่างน่าหลงใหล อีกทั้งยังเป็นจุดที่สามารถกางเต็นท์นอนใกล้ชิดกับลมหนาวและดอกนางพญาเสือโคร่งแสนสวยได้อีกด้วย  โรงแรมภูเก็ต

สันป่าเกี๊ยะ ดอยแม่ตะมาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0-5394-4 052

5.พระตำหนักดอยผาตั้ง

 ภายในพื้นที่ของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่ 8 (ดอยผาตั้ง) อำเภอจอมทอง เป็นอีกหนึ่งจุดในการชมดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งทั่วสนามหญ้าแสนกว้าง ซึ่งจะบานในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี สามารถนั่งเล่นหรือเดินชมดอกพญาเสือโคร่งริมสนามหญ้าและริมถนนภายในพระตำหนัก ฯ ได้ นอกจากนี้ด้วยสภาพพื้นที่ตั้งอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่อยู่รายล้อมได้อีกด้วย

พระตำหนักดอยผาตั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park โทรศัพท์ 0-5328-6729

 7.โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ดอยผ้าห่มปก

 เป็นหนึ่งในพื้นที่กางเต็นท์ของเขตอุทยานดอยผ้าห่มปก บริเวณโดยรอบลานปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งที่มีอายุกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่อุทยานดำเนินการปลูกและเพาะขยายพันธุ์ เพื่อแต่งแต้มสีสันให้กับผืนป่าบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ โดยในช่วงเดือนมกราคม ของทุกปี ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง จะออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวที่อุทยานแห่งนี้

บ้านเล็กในป่าใหญ่ ดอยผ้าห่มปก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองพื้นที่กางเต็นท์ได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก โทรศัพท์ 08-4483-4689

 8.สถานีเกษตรหลวงขุนวาง

 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เป็นโครงการหลวงที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง อีกทั้งการเดินทางก็สะดวกสบาย เป็นจุดที่มีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งเรียงรายเป็นทิวแถว คล้ายอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูแสนสวยงาม นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งแล้ว ที่ศูนย์แห่งนี้ยังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปลูกไม้ผลเมืองหนาวสายพันธุ์ต่าง ๆ และมีที่พักไว้ให้บริการด้วย

สถานีเกษตรหลวงขุนวาง

  อัปเดตเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 จากเฟซบุ๊ก ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) ในส่วนของอุโมงค์ชากุระใบร่วงกว่า 90% แล้ว คาดว่าปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566 จะมีดอกบานสะพรั่งให้ได้ชมอย่างแน่นอน และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำลงถึง 13 องศา ทำให้ดอกไม้เมืองหนาวพากันบานชูช่ออวดความสวยงาม รวมถึง ดอกนางพญาเสือโคร่ง ก็อยู่ในช่วงตูมเป็นตาดอกแล้ว

          ระหว่างทางไปสถานีเกษตรหลวงขุนวาง ยังมีจุดเล็ก ๆ สำหรับชมดอกนางพญาเสือโคร่งได้อีกหนึ่งจุด นั่นคือ ลานกางเต็นท์ ดอยผาแง่ม อยู่ระหว่างศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี กับโครงการหลวงขุนวาง เป็นพื้นที่ของชาวบ้านที่มีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งไว้ประมาณ 10 กว่าต้น และมีมุมสำหรับถ่ายภาพทั้งสะพานไม้ ลำธารเล็ก ๆ มีฉากหลังคือดอยผาแง่ม หรือผาสองฤดู จุดเด่นของที่นี่คือขนาดของต้นยังไม่สูงมาก ทำให้สามารถถ่ายรูปได้ง่าย

Similar Posts